12/01/2551

วิเคราะห์ลายเซ็นคนดัง

มาดอนน่า
(นักร้อง)
ลายเซ็นฟอร์มใหญ่ ลากเส้นอย่างมั่นใจ มีการตวัดเส้นเป็นมุมแหลม บอกถึงความใจร้อน ความกล้าบ้าบิ่น มีทั้งความโรแมนติกและความดุอยู่ในตัวเอง แนวบรรทัดเอียงสูงมาก บอกถึงความทะเยอทะยานสูงไม่ธรรมดา และความทิฐิ เชื่อตัวเองจนไม่ฟังใครอื่น










ลายเซ็นฟอร์มใหญ่ มั่นใจ และประกาศถึงความโดดเด่นเป็นที่หนึ่ง ตัว y ท้ายลายเซ็นลากยาวลงมาโชว์ความใหญ่โตถึงโซนล่างบอกถึงความฟุ้งเฟ้อ ดวงชะตามีต้องอยู่ในแวดลงเลิศหรู ต้องเกี่ยวกันกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เสมอ ปลายเส้นของตัว y ตวัดลงหมายถึงบั้นปลายที่ถูกฉุดดึงลงต่ำ



อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
(นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์)






เซ็นชื่อเป็นตัว A ตัวใหญ่ตัวเดียวโดดๆ บอกถึงความภาคภูมิในตนเอง และมีความนับถือตนเองสูงมาก เซ็นนามสกุลครบทุกตัว แสดงถึงความละเอียด ช่างสังเกตช่างคิด ไม่บุ่มบ่ามสะเพร่า จุดหลังชื่อและนามสกุลแสดงถึงความเป็นตัวของตัวเอง แต่มีถึง 2 จุด จึงหมายถึงชีวิตที่มีสะดุดบ้าง มีอุปสรรคให้ฟันฝ่า กว่าจะบรรลุความสำเร็จต้องมีสะดุดหยุดชั่วคราวบ้าง จุดของตัว i ไม่เป็นจุด แต่เป็นขีดแนวขวางบอกถึงสมองที่เฉียบคม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ไม่ธรรมดา ขีดของตัว t เฉียงขึ้นและอยู่สูง แสดงถึงความกระตือรืนร้นและทะเยอทะยาน




อุซามา บินลาดิน
(ผู้ก่อการร้ายระดับโลก)




เป็นลายเซ็นที่แปลก การเซ็นเป็นรูปแบบสัญลักษณ์บอกถึงความมีศิลปะในจิตวิญญาณ เจ้าของลายเซ็นลักษณะนี้มักจะเป็นคนมีจินตนาการใหญ่โต มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่ธรรมดา
วงกลมข้างหน้าแสดงถึงความปกป้องตัวเอง วงกลมต่อมามีขีดมีเส้นอยู่ภายในอ่านได้ว่าเป็นความลับ จุด 2 จุด ในวงกลมและใต้ชื่อ แสดงถึงความเก็บกดและความดุ ทั้งลายเซ็นเป็นรูปทรงฟอร์มใหญ่ บอกถึงความภาคภูมิในตัวเอง ความชอบแสดงอำนาจและฤทธิ์เดช ลายเซ็นสัญลักษณ์บอกถึงความไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ทรงกลมกับทรงสี่เหลี่ยมเป็นธาตุทองและธาตุดินที่แสดงถึงความมีทักษะในการมัดใจผู้คน ผสมกับความทรนงองอาจ เด็ดเดี่ยว อดทนสูง รักพวกพ้อง เส้นขีดที่ลากยาวบอกถึงวิสัยทัศน์กว้างไกล ลายเซ็นไม่ธรรมดานี้ยังอ่านได้ว่ามีกำลัง มีฐานสนับสนุน เส้นแต่ละเส้นมิได้เร่าร้อนรุนแรง แสดงถึงความสุขุม คิดวางแผนอย่างแยบยล วงกลมเป็นเส้นเหลี่ยมไม่เป็นทรงกลม ทั้งหมดหมายถึงภาระอันหนักอึ้งและยิ่งใหญ่ดั่งโขดหิน





จอร์จ บุช
(ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา)





เซ็นนามสกุลฟอร์มใหญ่ เป็นคนรักครอบครัว แนวบรรทัดตรง ความเอียงของตัวอักษรเอนขวาอย่างพอเหมาะพองาม ลายเซ็นพลิ้วแต่มีพลัง แสดงถึงความมั่นคงในอารมณ์ มีเชาว์ปัญญาดี รักษาภาพลักษณ์ ลายเซ็นมีลากลงมายังโคนล่างค่อนข้างใหญ่และยาว ชีวิตมักได้อยู่ในวงสังคมหรูหรา มีรสนิยมเลิศเลอ และเจ้าชูไม่เบาเหมือนกัน มักเซ็นโดยใช้ปากกาเส้นใหญ่ เป็นคนมั่นใจในตนเองแสวงหาความเป็นหนึ่ง ดื้อดึงไม่ยอมใคร กล้าคิด กล้าตัดสินใจ แต่ไม่ใช่คนละเอียดอ่อนนัก ปลายลายเซ็นตวัดเส้นพลิ้วขึ้น ดูสวยและบอกถึงความเจริญรุ่งเรือง




















ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
(อดีตนายกรัฐมนตรี)






พลังชีวิตเข้มข้นองอาจ ดื้อดึง มีฐานแน่น พวกพ้องมาก ตระกูลดี แต่มีความอึดอัดกดดัน เคร่งเครียด เศร้าลึกๆ จุดหลายจุดในชื่อบอกความดุดัน แกร่งกล้า และบอกถึงดวงชะตาที่ต้องหยุด หรือสะดุดชะงักในหลายๆ ช่วงของชีวิต ไม่ได้พุ่งขึ้นสูงสุดอย่างที่เกือบจะได้ ลายเซ็นระดับโซนกลางบอกถึงความรักในความถูกต้อง ไม่ตามกระแส มั่นคงในความเป็นตัวเอง เซ็นตัวนำสวยสง่า บอกถึงความโออ่ามีบารมี แต่อารมณ์หรูหราสุนทรีย์เป็นอย่างยิ่ง สระอึเซ็นโค้งเป็นวงกลมบอกถึงความคิดฝันบรรเจิด จินตนาการเพริศแพร้วไม่ธรรมดา















วิลาศ มณีวัต
(นักเขียนและคอลัมนิสต์)
งดงาม มีสง่าราศี มิสิ่งดีๆ ปกปักรักษา เส้นสายลีลาบอกความเป็นศิลปิน ถ่อมตน ไม่โอ้อวด ตัวหนังสือเท่ากับหมดเข้าใจโลกเข้าใจผู้คน เส้นฐานลาดเอียงขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่อยากได้อยากมีอยากเป็นอะไรนัก แต่ชีวิตมีความรุ่งเรือง รื่นรมย์ เพื่อนพ้องมาก ระยะห่างระหว่างตัวอักษร ค่อนข้างกว้างเด่นชัดทุกตัว แสดงถึงความเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบวุ่นวายกับชาวบ้านนัก








ปรีดี พนมยงค์
(อดีตนายกรัฐมนตรี)








โดดเด่น ทะนงองอาจ กล้าตัดสินใจ มีพวกพ้องสนับสนุนมาก ตัวอักษรค่อนข้างเท่าเทียมกัน แสดงว่าเป็นคนให้เกียรติผู้คน รักความถูกต้อง ตัวอักษรนำหน้าใหญ่กว่าตัวอื่นเล็กน้อย บอกถึงความนับถือตัวเองในระดับที่ไม่มากเกินไป ทุกตัวอ่านได้ครบทุกตัวอักษร อ่านได้ว่าเป็นคนโปร่งใสไร้ชั้นเชิง คิดอย่างไรแสดงออกอย่างนั้น ไม่แอบแฝงแต่เด็ดเดี่ยวทรนงนัก เพราะเซ็นจุดกลางชื่อและขีดเส้นใต้กำกับอีกด้วย









นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ
(นักการเมือง)









ลายเซ็นรูปสัญลักษณ์ เป็นลายเซ็นของคนเจ้าความคิด เจ้าอารมณ์ แอ่งถุงเงินเป็นส่วนที่ดี แต่แฝงความใจร้อน วิสัยทัศน์ไกลมักต้องเกี่ยวพันกับสังคม มีความคิดเข้มข้น ความคิดแยบยลยิ่งใหญ่ ใจเกินร้อย
ฐานชีวิตไม่แน่น พวกพ้องเยอะ แต่จิตใจเหน็ดเหนื่อยกดดันตัวเอง มักพบเรื่องเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งดีและร้าย มีบ่อเก็บเงินเก็บทอง แต่ก็ต้องใช้จ่ายมาก เซ็นชื่อเกี่ยวๆ อย่างอลังการบอกถึงความภาคภูมิและนับถือตัวเอง แต่มักขาดแรงเกื้อหนุนส่งเสริมจากคนแวดล้อม










































พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร











ลายเซ็นโดดเด่นที่เส้น ลากปาดเฉียบคมแล้วตวัดแหลมขึ้นสูงเด่นสง่า กล้าและท้าทาย ก่อนปล่อยเส้นตวัดโค้งทิ้งตัวลง ปลายลายเส้นลากยาวเป็นแนวตรงสมดุลกับการเริ่มต้น โดยรวมเป็นประเภทลายเซ็นด้าย ซึ่งเป็นลายเซ็นของพวกนักคิด นักปฏิบัติ
เส้นที่ตวัดสู่โซนแหลมสูง บอกถึง ความคิดมุ่งมั่นที่สูงไกล วิสัยทัศน์เยี่ยม มีความมั่นใจในตัวเองสูง เซ็นเอนขวาเล็กน้อยอ่านได้ว่ามีทักษะทางสังคมดี



11/25/2551

การวินิจฉัยมนุษย์จากใบหน้า แก้ม และขากรรไกร






ใบหน้าใหญ่
สังคมเก่ง มีมนุษยสัมพันธ์ดี ลักษณะของนักการเมือง ถูกสภาพแวดล้อมยั่วยุได้ง่าย ทำงานทำการมักมีอุปสรรค



ใบหน้าสี่เหลี่ยม
เป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย ยึดมั่นในความคิดเห็นของตัวเอง














ขากรรไกรกว้างกลม
สมหวังทางด้านความรัก เอาใจใส่ครอบครัว จิตใจมั่นคง เป็นคนใจดี















ขากรรไกรกว้าง
เป็นคนจิตใจกว้างขวาง มีเมตตาธรรม ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่













กระดูกโหนกแก้มสูง
มีความเคารพตนเองเป็นอย่างยิ่ง ยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเอง จิตใจกล้าหาญ การงานมีทั้งสำเร็จ และล้มเหลวสลับกัน






ใบหน้ากลม
เป็นคนชอบใช้ความรุนแรง ร่างกายแข็งแรง มีทรัพย์มากมาย


















ใบหน้าสามเหลื่ยม
เป็นคนสมองดี นิสัยปลิ้นปล้อน


















































11/18/2551

most of rich in the world



Warren Edward Buffett was born on August 30, 1930 to his father Howard, a stockbroker-turned-Congressman. The only boy, he was the second of three children, and displayed an amazing aptitude for both money and business at a very early age. Acquaintances recount his uncanny ability to calculate columns of numbers off the top of his head - a feat Warren still amazes business colleagues with today. At only six years old, Buffett purchased 6-packs of Coca Cola from his grandfather's grocery store for twenty five cents and resold each of the bottles for a nickel, pocketing a five cent profit. While other children his age were playing hopscotch and jacks, Warren was making money. Five years later, Buffett took his step into the world of high finance.
At eleven years old, he purchased three shares of Cities Service Preferred at $38 per share for both himself and his older sister, Doris. Shortly after buying the stock, it fell to just over $27 per share. A frightened but resilient Warren held his shares until they rebounded to $40. He promptly sold them - a mistake he would soon come to regret. Cities Service shot up to $200. The experience taught him one of the basic lessons of investing: patience is a virtue. Warren Buffett's EducationIn 1947, a seventeen year old Warren Buffett graduated from High School. It was never his intention to go to college; he had already made $5,000 delivering newspapers (this is equal to $42,610.81 in 2000). His father had other plans, and urged his son to attend the Wharton Business School at the University of Pennsylvania. Buffett stayed two years, complaining that he knew more than his professors. When Howard was defeated in the 1948 Congressional race, Warren returned home to Omaha and transferred to the University of Nebraska-Lincoln. Working full-time, he managed to graduate in only three years. Warren Buffett approached graduate studies with the same resistance he displayed a few years earlier. He was finally persuaded to apply to Harvard Business School, which, in the worst admission decision in history, rejected him as "too young". Slighted, Warren applied to Columbia where famed investors Ben Graham and David Dodd taught - an experience that would forever change his life.
Ben Graham - Buffett's MentorBen Graham had become well known during the 1920's. At a time when the rest of the world was approaching the investment arena as a giant game of roulette, he searched for stocks that were so inexpensive they were almost completely devoid of risk. One of his best known calls was the Northern Pipe Line, an oil transportation company managed by the Rockefellers. The stock was trading at $65 a share, but after studying the balance sheet, Graham realized that the company had bond holdings worth $95 for every share. The value investor tried to convince management to sell the portfolio, but they refused. Shortly thereafter, he waged a proxy war and secured a spot on the Board of Directors. The company sold its bonds and paid a dividend in the amount of $70 per share. When he was 40 years old, Ben Graham published Security Analysis, one of the greatest works ever penned on the stock market. At the time, it was risky; investing in equities had become a joke (the Dow Jones had fallen from 381.17 to 41.22 over the course of three to four short years following the crash of 1929). It was around this time that Graham came up with the principle of "intrinsic" business value - a measure of a business's true worth that was completely and totally independent of the stock price. Using intrinsic value, investors could decide what a company was worth and make investment decisions accordingly. His subsequent book, The Intelligent Investor, which Warren celebrates as "the greatest book on investing ever written", introduced the world to Mr. Market - the best investment analogy in history.
Through his simple yet profound investment principles, Ben Graham became an idyllic figure to the twenty-one year old Warren Buffett. Reading an old edition of Who's Who, Warren discovered his mentor was the Chairman of a small, unknown insurance company named GEICO. He hopped a train to Washington D.C. one Saturday morning to find the headquarters. When he got there, the doors were locked. Not to be stopped, Buffett relentlessly pounded on the door until a janitor came to open it for him. He asked if there was anyone in the building. As luck (or fate) would have it, there was. It turns out that there was a man still working on the sixth floor. Warren was escorted up to meet him and immediately began asking him questions about the company and its business practices; a conversation that stretched on for four hours. The man was none other than Lorimer Davidson, the Financial Vice President. The experience would be something that stayed with Buffett for the rest of his life. He eventually acquired the entire GEICO company through his corporation, Berkshire Hathaway.
http://beginnersinvest.about.com/cs/warrenbuffett/a/aawarrenbio.htm

dream

Dreams are sequence images, sounds and feelings experienced while sleeping, particularly strongly associated with rapid eye movement sleep. The contents and biological purposes of dreams are not fully understood, though they have been a topic of speculation and interest throughout recorded history. The scientific study of dreams is known as oneirology.
in history
Dreams have a long history both as a subject of conjecture and as a source of inspiration. Throughout their history, people have sought meaning in dreams or divination through dreams. They have been described physiologically as a response to neural processes during sleep, psychologically as reflections of the subconscious, and spiritually as messages from God or predictions of the future. Many cultures practiced dream incubation, with the intention of cultivating dreams that were prophetic or contained messages from the divine.
Judaism has a traditional ceremony called hatovat chalom – literally meaning making the dream a good one. Through this rite disturbing dreams can be transformed to give a positive interpretation by a rabbi or a rabbinic court

deam


ความรู้เรื่องฝัน คนเรานั้นเมื่อหลับนอนอาจจะมีนิมิต (ฝัน) มาปรากฏในฝันไปในเรื่องต่างๆ อาจจะมีทั้งให้คุณและเกิดโทษจริงบ้างไม่จริงบ้าง อาจจะมีทั้งให้คุณและเกิดโทษจริงบ้างไม่จริงบ้าง นิมิตบอกโชคลาภบ้าง บอกลางร้ายให้รู้ล่วงหน้าก็มี

ต้นเหตุของความฝัน(เพราะเหตุใดคนเราถึงฝัน) 4 ประการ

1. บุรพนิมิต ความฝันเกิดจากเรื่องราวในอดีตมาปรากฏให้คนนั้นฝันไป มักเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริงมาปรากฏบอกลางหรือโชคลาภ

2. จิตนิวรณ์ ความฝันเกิดเพราะมีอารมณ์จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความฝันอย่างนี้เป็นเพราะอารมณ์จิตใจของผู้ฝันได้ ผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่อย่างมากตลอดเวลา เมื่อหลับไปก็เกิดความฝันในสิ่งนั้น ในเรื่องนั้น ที่ผู้ฝันฝักใฝ่อยู่ หรือได้ พบเห็นแล้วจดจำโดยไม่มีวันลืม

3. เทพสังหรณ์ ความฝันเกิด ขึ้นเพราะเทวดาบันดาล ความฝันเช่นนี้เป็นเพราะเทวดาผู้ปกปักรักษาคุ้มครองธรรมะ ได้ดลบันดาลให้ผู้ฝันเกิดความฝันไป เพื่อสำแดงแจ้งเหตุการณ์ล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องมงคล แต่ถ้าเป็นฝันร้าย เรื่องร้ายก็เป็นเหมือนการตักเตือน ผู้ฝันให้ระวังภัยและป้องกัน

4. ธาตุโขภะ ความฝันเกิดเพราะกินมาก นอนมาก จนท้องไส้อืด ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ธาตุไม่ย่อย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้เวลานอนหลับไม่สนิทจึงฝันไปไร้สาระไม่มีมูลความจริง หรือให้ประโยชน์แต่อย่างใด

เคล็ดแก้ฝันร้าย
หากฝันร้ายจะทำอย่างไรดี?
หากคุณฝันร้ายหรือฝันไม่เป็นมงคล ให้ท่องหรือภาวนาคาถานี้ แล้วเรื่องร้ายๆ จะกลับกลายเป็นดีหรือเรื่องร้ายๆ จะบรรเทาเบาบางลง
ให้ท่องนะโม 3 จบก่อน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธปาปัคคะโห

ทุสสุปินัง อะกันตังพุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯยันทุนนิมิตตัง

อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโทปาปัคคะโห ทุสสุปินัง

กันตังธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย

จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโทปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตังสังฆานุภาเวนะ

วินาสะเมนตุ ฯ

11/09/2551

koar hang

ลักษณะโหงวเฮ้งบนใบหน้าส่วนต่างๆ
หน้าผาก ส่วนนี้เป็นตัวแทนโชคจากสวรรค์จึงควรดูแลไม่ให้มีตำหนิใดๆ พยายามให้หน้าผากใสเข้าไว้ เพื่อจะได้ดึงดูดโชคด้านมีผู้อุปถัมป์ให้แก่ชีวิต ให้บุคคลที่เป็นประโยชน์ต่อคุณเข้ามา หากมีจุดด่างดำและสิวที่หน้าผากก็ควรปกปิดด้วยรองพื้น แต่ถ้าเป็นไฝ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรไปจี้ออก
ระหว่างคิ้ว ตำแหน่งนี้เป็น “เรือนชีวิต” ควรดูแลให้เกลี้ยงเกลาและเปล่งปลั่งเพื่อลดอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตให้เบาลง หากขนคิ้วขึ้นที่บริเวณเหนือจมูก ทำให้คิ้วทั้งสองข้างเชื่อมติดกัน ก็ควรรีบถอนคิ้วบริเวณนั้นออก ตำหนิใดๆ ที่ขึ้นบริเวณระหว่างคิ้ว ไม่ว่า จะเป็นสิว ไฝ และขน จะแสดง ถึงอุปสรรคความยากลำบากในชีวิตรวมทั้งความเครียดที่มีผลต่อจิตใจ
ตา ควรมีปะกายสดใส ตาขาวควรขาวไม่มีเส้นเลือดฝอยแตกแดง หรือเป็นต้อขุ่นมัว เพราะดวงตาเหมือนฝ่ายประชาสัมพันธ์ของใบหน้าแววตาสดใสจึงเป็นส่วนสำคัญของใบหน้า หากใครที่มีดวงตาลอกแลกส่ายไปมาไม่อยู่นิ่งจะเป็นคนขาดความน่าเชื่อถือไม่ซื่อสัตย์
จมูก เป็นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้าที่บ่งชี้ความมั่งคั่ง เป็นที่เก็บโชคด้านการเงิน ฉะนั้นยิ่งจมูกมีเนื้ออวบอิ่มและกลมมากเท่าไรก็จะยิ่งดี จุดด่างดำต่างๆ บนปลายจมูกถือเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะไฝที่ขึ้นบริเวณนี้จะหมายถึงเคราะห์ร้ายแรงจึงควรจี้ออกหรือปกปิด ไว้ เพื่อชีวิตจะมีความราบรื่นมากขึ้น
ริมฝีปาก หากริมฝีปากมี “ไข่มุกหงส์” ซึ่งลักษณะเหมือนกุหลาบตูม ยื่นออกมาเล็กน้อยตรงกลางริมฝีปาก หมายถึงการมีพรสวรรค์ในการพูดจา มีอิทธิพลทำให้คนอื่นสนใจฟังสิ่งที่คุณต้องการพูด หากคุณไม่มีไข่มุกนี้ตั้งแต่เกิดก็เสริมได้โดยการแตะลิปกลอสลงบริเวณดังกล่าวของริมฝีปาก
คาง ต้องงอนงามเล็กน้อย