5/08/2552

กาวจย่ง 高扃 (Gao jiong) อัครมหาเสนาบดียุคสุยเหวินตี้

กาว จย่ง (Gao jiong : ? – 607) มหาเสนาบดีชื่อดังแห่งราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581 – 618) ชื่อรองจาวเสวียน (Zhao xuan) มีอีกนามว่าหมิ่น (Min) เรียกตนเองว่าชาวอำเภอเถียวแห่งทะเลป๋อห่าย กาวปินบิดาของเขาเป็นขุนนางผู้ช่วยของตู๋กูซิ่นพ่อตาของหยางเจียน (สุยเหวินตี้) กาวจย่งสืบบรรดาศักดิ์อู่หยางเซี่ยนป๋อ (ประมาณเอิร์ลแห่งอำเภออู่หยาง) ต่อจากบิดา จากนั้นได้เลื่อนตำแหน่งเนื่องจากปราบราชวงศ์เป่ยฉีลงได้

ปีต้าเซี่ยงที่ 2 ในรัชกาลพระเจ้าโจวจิ้งตี้แห่งราชวงศ์เป่ยโจว (ค.ศ. 580) หยางเจียนเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ได้ทราบว่ากาวจย่งชาญฉลาด แตกฉานการทหาร เก่งกาจด้านการวางแผน จึงแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดี (เซี่ยงฝู่ซือลู่)

แม่ทัพประจำเซียงโจว (เซียงโจวจ๋งก่วน) เว่ยฉือจย่งยกทัพมาปราบหยางเจียนด้วยข้ออ้างว่าหยางเจียนวางแผนล้มล้างราชวงศ์เป่ยโจว กาวจย่งอาสานำทัพไปปราบและสามารถปราบกองทัพของเว่ยฉือจย่งลงได้ในเวลาสั้น ๆ หลังยกทัพกลับ กาวจย่งได้เลื่อนตำแหน่งและกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของหยางเจียน

เมื่อราชวงศ์สุยได้รับการสถาปนาขึ้น กาวจย่งได้ดำรงตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี (โส่วเซี่ยง : เปรียบได้กับนายกรัฐมนตรี) หลังจากดำรงตำแหน่งแล้ว เขาได้พยายามช่วยเหลือพระเจ้าสุยเหวินตี้หยางเจียนบริหารบ้านเมืองอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าเรื่องใหญ่น้อยเพียงไร เขาต่างมีส่วนร่วมในการร่างกำหนดทั้งสิ้น ทั้งยังได้ชักนำบรรดาอัจฉริยะด้านบริหารและด้านการทหารอย่างซูเวย หยางซู่ เฮ่อ รยั่ว ปี้ หานฉินหู่เป็นต้นมาช่วยเหลือราชวงศ์สุย เขาได้ :

1. รวบรวมกฎหมายของราชวงศ์ต่าง ๆที่ผ่านมาแล้วเรียบเรียงสรุปเป็นร่างกฎหมายของราชวงศ์สุย

2. ริเริ่มระบบการสำรวจสำมะโนครัวอย่างเข้มงวด โดยให้มีการจดบันทึกอายุและวาดหน้าตาไว้เป็นหลักฐาน และระบบกำหนดรายการภาษีและการเกณฑ์แรงงานของประชาชนโดยแบ่งตามระดับชั้น ซึ่งคิดภาษีและการเกณฑ์แรงงานในอัตราที่น้อยมาก ทำให้ชาวบ้านที่ไปพึ่งใบบุญผู้มีอิทธิพลและถูกขูดรีดอย่างหนักหันมาลงทะเบียนกับทางการกันเป็นแถว จากสองวิธีนี้ทำให้จำนวนประชากรของประเทศและเงินภาษีอันหมายถึงรายรับด้านการคลังเป็นจำนวนมาก

ปีคายหวงที่ 8 แห่งรัชกาลสุยเหวินตี้ (ค.ศ. 588) สุยเหวินตี้บัญชาให้โอรสองค์รอง จิ้นหวาง (อ๋องแห่งแคว้นจิ้น) หยางกว่างเป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพไปตีแคว้นเฉิน กาวจย่งเป็นรองแม่ทัพใหญ่ นำทัพทั้งหมดล้มล้างแคว้นเฉินได้สำเร็จในรวดเดียว รวบรวมแผ่นดินเหนือใต้ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวได้เป็นผลสำเร็จ จากความดีความชอบทำให้ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นฉีกั๋วกง (ดยุคแห่งแคว้นฉี)

กาวจย่งเป็นอัครมหาเสนาบดีอยู่เกือบยี่สิบปี เคยยกทัพไปตีทูเจว๋ (ชนกลุ่มน้อยที่เข้มแข็งมากทางตอนเหนือ) สร้างคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการรวมประเทศและการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง ตอนที่สุยเหวินตี้คิดจะปลดโอรสองค์โตหยางหย่งออกจากตำแหน่งรัชทายาทแล้วแต่งตั้งโอรสองค์รองหยางกว่างแทนนั้น กาวจย่งได้คัดค้าน จึงค่อย ๆถูกสุยเหวินตี้และตู๋กูหวงโฮ้ว (ฮองเฮา) เมิน

ปีคายหวงที่ 19 (ค.ศ. 599) กาวจย่งถูกปลดตำแหน่งเพราะโดนใส่ความ

ปีเหรยินโซ่วที่ 4 (ค.ศ. 604) สุยหยางตี้หยางกว่าง ขึ้นครองราชย์ กาวจย่งได้กลับมาเป็นขุนนางอีกครั้ง

ปีต้าเยี่ยที่ 3 แห่งรัชกาลสุยหยางตี้ (ค.ศ. 607) เพราะไปตำหนิการทำตัวฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อของสุยหยางตี้และระบบการบริหารในช่วงเวลานั้น แล้วถูกคนประกาศเปิดโปงออกมา จึงถูกประหารในวันเดียวกับเฮ่อรยั่วปี้

ไม่มีความคิดเห็น: